หัวข้อหลัก : ระดับและสาขาของเทคโนโลยี
 

           ส่วนมากเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แต่เดิมตั้งแต่ยุคโบราณเกิดขึ้นจากความจำเป็นในการยังชีพของชาวชนบทในท้องถิ่นมีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้จากธรรมชาติโดยตรงตลอดจนใช้แรงงานในท้องถิ่น มีการสืบทอดเทคโนโลยีต่อ ๆ กันมาพร้อมกับขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นอาจเรียกเทคโนโลยีระดับต่ำว่าเป็นเทคโนโลยีท้องถิ่น (Traditional  technology ) อันจัดเป็นเทคโนโลยีอย่างง่ายๆ  ซึ่งผู้ที่มีความสามารถในระดับต่ำจำเป็นต้องมีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั้น ๆ อย่างถูกต้อง  เนื่องจากมีความจำเป็นต้องใช้เพื่อการดำรงชีวิต แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีเข้าใจอย่างลึกซึ้งจนถึงระดับแก้ไข ดัดแปลง  เพียงแต่รู้หลักและวิธีการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นก็เพียงพอแล้ว ตัวอย่างเช่น ยาสมุนไพรพื้นบ้าน  ครกตำข้าว ลอบดักปลา และกระต่ายขูดมะพร้าว เป็นต้น

 

 

 

 
 

           เกิดจากการปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีระดับต่ำหรือเทคโนโลยีพื้นบ้านมาเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นมากยิ่งขึ้น ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นผู้มีความรู้ลึกซื้ง เข้าใจระบบการทำงานและกลไลต่าง ๆ  ตลอดจนสามารถแก้ไขซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือให้กลับสภาพดีดังเดิมได้ นอกจากนี้จะต้องมีประสบการณ์เข้าใจความเป็นไปของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามสมควร  นักพัฒนามีบทบาทอย่างมากในการใช้เทคโนโลยีระดับกลางในการเสริมความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้คนในท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น การผลิตอาหารโดยใช้ผลิตผลเหลือใช้จากการเกษตร การปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อม การถนอมอาหาร การสร้างอ่างเก็บน้ำ และเครื่องขูดมะพร้าวเป็นต้น

 

 

 

           เป็นเทคโนโลยีที่ได้จากประสบการณ์อันยาวนาน มีความสลับซับซ้อน เพราะเป็นความสามารถในการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งนับเป็นความสามารถในระดับสูงกว่าการแก้ปัญหาหรือแก้ข้อขัดข้องของเทคโนโลยีต้องรู้จักดัดแปลงเทคโนโลยีเดิมให้มีคุณภาพดีขึ้นจนก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เทคโนโลยีระดับสูงนั้นอาจจำเป็นต้องอาศัยการศึกษาเรียนรู้ในสถาบันการศึกษาชั้นสูงมีการวิจัยทดลองอย่างสม่ำเสมอและมีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือ เครื่องจักรกลต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง ตัวอย่างเช่น การผลิตอาหารกระป๋อง การคัดเลือกพันธุ์สัตว์โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ  กะทิสำเร็จรูป ยู เอช ที และกะทิผง เป็นต้น

 

  

 

 

 

 

 
  • เทคโนโลยีการควบคุม (Control Technology)
  • เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)  มีการนำเข้าเทคโนโลยีชีวภาพจากต่างประเทศมากขึ้นทุกปี
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการแพทย์ เช่น การผลิตวัคซีน  ป้องกันโรคต่าง ๆ การผลิตยาบางชนิด เป็นต้น
  • เทคโนโลยีอาหาร (Food Technology)
  • เทคโนโลยีวัสด(Meterials Technology)  นับเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก  เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์เน้นการพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมที่มีสมรรถนะสูง เช่น การพัฒนาเซรามิคเพื่อใช้ในการอุตสาหกรม ซึ่งเป็นได้ทั้งตัวนำยิ่งยวดและฉนวน เป็นทั้งตัวระบายความร้อนและฉนวนความร้อน และยังเป็นวัสดุที่ทนต่อการสึกหรอได้เป็นอย่างดี
  • เทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และการผลิต (Production and Process Technology)
  • เทคโนโลยีโครงสร้าง (Structural  Technology)
  • เทคโนโลยีขนส่ง (Transportation technology)  ได้แก่ การเดินรถ เช่น รถยนต์ รถไฟฟ้า การเดินเรือ
    เครื่องบิน  การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ เป็นต้น
  • เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส(Electronics  Technology) ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ การสื่อสา รด้วยระบบเลเซอร์ หุ่นยนต์ ซูเปอร์คอนดักเตอร์ เป็นต้น
  • เทคโนโลยีสิ่งทอและเสื้อผ้า (Textile Garment technology)
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication technology)               
  • เทคโนโลยีการเกษตร (Agricultural technology)  เช่นความรู้ในการเพาะปลูก การขยายพันธุ์พืช การใ ส่ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช รวมถึงการเลี้ยงสัตว์และขยายพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีการเกษตรจะเชื่อมโยงสัมพันธ์ กับเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่นเทคโนโลยีอาหาร ได้แก่การแปรรูปพืชและสัตว์ไปเป็นอาหาร ตั้งแต่อาหารสด อาหารแห้ง และอาหารหมักดอง รวมทั้งเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอาหาร ได้แก่ การผลิตอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ
  

 

 

 เทคโนโลยีมีมากมายหลายชนิดเช่น เทคโนโลยีวัสดุ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีพันธุกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น การจัดกลุ่มของเทคโนโลยีเมื่อพิจารณา จากองค์ประกอบ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

   เทคโนโลยีที่เป็นการสร้าง ได้แก่ การที่มนุษย์ได้สร้างสิ่งของ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยใช้ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

 

   เทคโนโลยีที่เป็นวิธีการ ได้แก่ การที่มนุษย์ได้เลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่งในการทำงาน เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบาย มีชีวิตที่ง่ายขึ้น เช่น การซักผ้าอาจจะซักด้วยมือหรือใช้เครื่องซักผ้า

 

 

 

              เทคโนโลยีเป็นการนำความรู้จากสาขาวิชาการต่าง ๆ มาสร้างเป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือปรับปรุงวิธีการทำงานของมนุษย์ให้ง่ายขึ้น สะดวกสบายทำให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตทีดีขึ้นเทคโนโลยีจึงมีความสัมพันธกับทุกสาขาวิชาเช่น

    ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วิทยาศาสตรคือ วิชาที่ศึกษาถึงปรากฏการณ์ธรรมชาติ  ทั้งในสภาพนิ่งหรือสภาพที่มีการเปลี่ยนแปลง 
เทคโนโลยี คือ กระบวนการหรือวิธีการและเครื่องมือที่เกิดจากการประยุกต์  และผสมผสานความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์เหมาะสมกับเวลาและสถานที่
วิทยาศาสตร์มีจุดมุ่งหมายในการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ  โดยตั้งข้อสมมติฐาน พิสูจน์สมมติ
ฐานด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ความรู้ หรือข้อเท็จจริงจากปรากฎการณ์นั้น  ๆ ถ้ามีการพิสูจน อีกก็ยังคงใช้ข้อเท็จจริงเหมือนเดิม
เทคโนโลยีเป็นวิทยาการที่เกิดจากการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ ในการแก้ปัญหา 
โดยมุ่งแสวงหากระบวนการหรือวิธีการ (Know How) โดยอาศัยเครื่องมือและความรู้ต่าง ๆ ผลของกระบวนการเทคโนโลยีมี 2 ลักษณะ คือ
           1.เครื่องมือ  หรือฮาร์ดแวร์  หมายถึง  เทคโนโลยีในรูปของอุปกรณ์  เครื่องมือต่าง ๆ เช่น เครื่องบำบัดน้ำเสีย  เครื่องปรับอากาศ  เครื่องบิน  เป็นต้น
           2. วิธีการหรือ เรียนกว่า ซอฟต์แวร์  หมายถึง  เทคโนโลยีในรูปของวิธีการ  กระบวนการ ความรู้ต่าง ๆ   เช่น วิธีจัดการระบบบริหารองค์กร  วิธีประเมินผลต่าง ๆ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

           ผู้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับปรากฎการณ์ธรรมชาติ คือ นักวิทยาศาสตร์  ความใฝ่รู้  หรืออยากรู้
อยากเห็น  ทำให้คนเป็นนักวิทยาศาสตร์  ความใฝ่ประดิษฐ์ทำให้คนเป็นช่างฝีมือ  คนที่เรียนเทคโนโลยีจะต้องมีจิตวิญญาณสองส่วน  คือ ใฝ่รู้ หรือ ใฝ่ศึกษาธรรมชาติ  และใฝ่ทำหรือใฝ่ประดิษฐ์  บุคคลที่มีคุณลักษณะทั้ง 2  ประการ  ได้แก่ โธมัส อัลวา  เอดิสัน  เป็นนักประดิษฐ์ ที่รวมความเป็นนักวิทยาศาสตร์และช่างฝีมือในตัวเอง
           เมื่อประมาณ 4,500 ปี มาแล้ว  ชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดด้วยเทคโนโลยีบางอย่างสำหรับขนหิน
แกรนิตขนาดใหญ่ขึ้นไปเรียงกันถึงยอดสูงประมาณ 164 ฟุต  เทคโนโลยีเกิดจากการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเครื่องมือของช่างฝีมือ  ทำให้ได้เครื่องจักรกลที่ซับซ้อน           
           ประเทศไทยผลิตช่างฝีมือในแต่ละปีจำนวนมาก  แต่ขาดความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์
สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี ประเทศที่เจริญทางเทคโนโลยีจะทุ่มเททุนมหาศาลเพื่อพัฒนาและประยุกต์วิทยาศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยี ขณะนี้ประเทศไทยต้องพึ่งพาหรือซื้อเทคโนโลยีชั้นกลางหรือชั้นสูงจากต่างประเทศ  เพราะเราประดิษฐ์เทคโนโลยีเหล่านั้นได้น้อยมาก
วิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี ในฐานะที่เป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีแต่ไม่
ใช่เฉพาะวิทยาศาสตร์ วิชาอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน

            วิทยาศาสตร์แตกต่างจากเทคโนโลยีในเรื่องของเป้าหมาย (goal) และวิธีการ (methodlogies) แต่ทั้ง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด
             เทคโนโลยีสัมพันธ์กับความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา 
แต่ขณะเดียวกันวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยความรู้ทางเทคโนโลยีแสวงหาความรู้หรือทฤษฎีใหม่ ๆ เทคโนโลยีจึงไม่ใช่วิทยาศาสตร์ประยุกต์  แต่เป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง  อาจสรุปความสัมพันธ์ของศาสตร์ทั้งสอง ได้ดังนี้
             1. เทคโนโลยีเกิดจากการใช้ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่
             2. การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในเทคโนโลยีนั้น  มีจุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหาทางเทคโนโลยี
            วิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่เราให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างมาก  และต้องใช้วิชาเทคโนโลยีเพื่อเสริมการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ ทั้ง 2 วิชามีความสัมพันธ์กันและเป็นการนำความรู้วิทยาศาสตร์ไปสู่การปฏิบัตินั่นเอง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด  จึงมักถูกเรียกควบคู่กัน แต่วิธีการใช้ทั้งสองวิชาเพื่อให้ได้คำตอบนั้นไม่เหมือนกันทีเดียว  และจุดประสงค์หรือเป้าหมายต่างกัน
            วิทยาศาสตร์เริ่มจากคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตจากปรากฎการณ์ธรรมชาติ  จากนั้น จึงใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้ ได้แก่  การสังเกต  รวบรวมข้อมูล  ทดลอง  วิเคราะห์  และสรุปผล  ซึ่งเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการหาคำตอบเพื่ออธิบายปรากฎการณ์ธรรมชาตินั้น  คำตอบจากการค้นหานั้น จะเป็นกฎเกณฑ์ทางทฤษฎี
            เทคโนโลยีเริ่มจากปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์  แล้วใช้กระบวนการต่าง ๆ เพื่อหาวิธีการ แก้ไขปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์ โดยใช้ทรัพยากร   ทักษะ  และความรู้ด้านต่าง ๆ สำหรับปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นตามกระบวนการเทคโนโลยี
ข้อแตกต่างของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวโดยสรุป คือ ทั้ง 2 วิชา มีธรรมชาติและกิจกรรมแตกต่างกัน  กล่าวคือ  วิทยาศาสตร์มุ่งเน้นความเข้าใจเกี่ยวกับความจริงในธรรมชาติ (Facts and Phenomena of Nature ) ส่วนเทคโนโลยีศึกษาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความต้องการ  การแก้ปัญหา  และคุณสมบัติของสิ่งของ (Artifacts) ที่มนุษย์ประดิษฐ์หรือสร้างขึ้น  วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับการพยายามตอบคำถาม “What” ในขณะที่ เทคโนโลยีมุ่งแก้ปัญหาที่มาจากความต้องการจะตอบคำถาม “How” เราจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร หรือสร้างสิ่งที่เกิดจากการความต้องการอย่างไร

กิจกรรมการเรียนรู้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์แตกต่างกัน ดังนี้

กิจกรรมทางวิทยาศาสตร์

กิจกรรมทางเทคโนโลยี

- ติดตั้งสมมติฐาน

- คิดด้วยการใช้กระบวนการทางเทคโนโลยี

- คำอธิบาย ทำนาย ปรากฎการณ์ธรรมชาติ

- ได้ผลิตภัณฑ์

- ค้นพบกฎ หลักทฤษฎี

- ลงมือปฏิบัติตามความคิดริเริ่ม

- วิเคราะห์ข้อมูล

- สังเคราะห์แนวคิด

- ค้นคว้าหาสาเหตุของปัญหา

- แสวงหาแนวทางสู่คำตอบ

- ค้นคว้าเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน

- ค้นคว้าเพื่อตอบสนองจุดประสงค์

- เรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เป็นอยู่

- เรียนรู้การประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างไร

 

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาจากการวิจัยอันจะเป็นกุญแจสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดังแบบจำลองของเทคโนโลยี  ดังนี้

    .

    การวิจัยทางวิทยาศาสตร์

    การวิจัยทางเทคโนโลยี

    การวิจัยพื้นฐาน -> การวิจัยประยุกต์

    พัฒนาการระบบเทคโนโลยี-> การพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีกว่า

                   การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นงานของนักวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัย  โดยการลงทุนของรัฐ
    บาลหรือองค์กรที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร เช่น การวิจัยหาสายพันธุ์ของจุลินทรีย์สำหรับป้องกันและกำจัดโรคพืช การวิจัยสายพันธุ์ข้าวต้านทานโรค เป็นต้น  การวิจัยนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน  เมื่อประสบผลสำเร็จภาคเอกชนนำไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยี  โดยเป็นผู้ลงทุนหรือร่วมทุนกับรัฐบาล  ขั้นตอนการพัฒนานี้ต้องใช้วิศวกรแทนนักวิทยาศาสตร์ เช่น  หลังจากพบจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายคราบน้ำมันแล้ว  ก็ถึงขั้นการผลิตนำร่องเพื่อศึกษารูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ใช้สะดวก เก็บได้นาน  ต้นทุนต่ำ  คุณภาพดี เพื่อจำหน่ายต่อไป โดยควบคู่กับการสำรวจความเป็นไปได้ทางการตลาด แล้วสร้างโรงงานผลิตซึ่งต้องใช้เครื่องจักรต่าง ๆ รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์  และต้องอาศัยความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ด้วย  แสดงว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นของคู่กัน  ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

    ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น ๆ

                   เทคโนโลยีเป็นความรู้สาขาหนึ่งของมนุษย์ว่าด้วยการประยุกต์ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งความรู้  วัสดุ 
      อุปกรณ์ เครื่องมือ  พลังงาน  ทักษะต่าง ๆ ในการคิดแก้ปัญหา ออกแบบและสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ ดังนั้น  กระบวนการเทคโนโลยีจึงต้องอาศัยความรู้จากสาขาวิชาอื่น ๆ  มาสนับสนุน  เช่น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ช่วยอธิบายหลักทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งต่าง ๆ ความรู้ทางศิลปะช่วยวาดภาพหรือเขียนโครงร่างของสิ่งที่คิดประดิษฐ์ให้เห็นเป็นรูปธรรม หรือความรู้สาขามนุษย์ช่วยให้เข้าใจความต้องการวัฒนธรรมของสังคมมนุษย์  สิ่งเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการทำงานทางเทคโนโลยี


      ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับมนุษย์ศาสตร์

                    การทำงานตามกระบวนการทางเทคโนโลยีเริ่มจากวิเคราะห์ความต้องการของตน  สื่อสารความ
      ต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจ  และเสนอแนวทางแก้ปัญหา  ซึ่งต้องอาศัยทักษะการพูด อ่านและเขียน  ลักษณะพฤติกรรมการเรียนรู้เทคโนโลยีต้องอาศัยทักษะทางภาษาซึ่งเป็นศาสตร์ของมนุษย์ศาสตร์ ดังนี้
               1. ทักษะการฟัง  พูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางเทคโนโลยีกับคนอื่น ๆ ในการทำกิจกรรม
               2. ทักษะการเขียน  นำเสนอข้อมูลเชิงสัญลักษณ์ หรืออธิบายแนวคิดของตน
               3. ทักษะการสรุป  กิจกรรมเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการร่างโครงการและการอธิบายกระบวนการ ทำงานจนได้ชิ้นงาน  การเขียนข้อสรุปจึงเป็นสิ่งสำคัญของเทคโนโลยี


      ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับสังคมศาสตร์

                ผู้เรียนต้องเข้าใจประวัติความเป็นมาทั้งอดีตจนถึงปัจจุบันและเทคโนโลยีในอนาคตช่วยสร้างสรรค์
      มนุษยชาติ  จึงต้องให้ผู้เรียนตระหนักถึงหน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม    โดยกิจกรรมดังนี้

      - สำรวจบทบาทเทคโนโลยีต่อสังคม
      - การจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สนองความต้องการได้อย่างฉลาด
      - เข้าใจข้อจำกัดของปัจจัยต่าง ๆ ทางสังคม  ค่านิยม  โครงสร้างสังคม  โดยนำสิ่งเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมทางเทคโนโลยี               
      - วิจัย  ศึกษา  วิเคราะห์การใช้เทคโนโลยีในสังคม  ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไรบ้าง
      - การตระหนักถึงการใช้ทรัพยากร  สิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ  และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
      - วิจัยศึกษา  วิเคราะห์ผลกระทบการใช้เทคโนโลยีต่อสังคม

       

     

     

    ระดับของเทคโนโลยี
     


    เทคโนโลยีระดับพื้นบ้าน
    เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการยังชีพของชาวชนบทในท้องถิ่นมีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้จากธรรมชาติโดยตรงตลอดจนใช้ แรงงานในท้องถิ่น มีการสืบทอดเทคโนโลยีต่อ ๆ กันมาพร้อมกับขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น    
     

    เทคโนโลยีระดับกลาง
    เกิดจากการปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีระดับต่ำหรือเทคโนโลยี
    พื้นบ้านมาเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนั้นมากยิ่งขึ้น
     

    เทคโนโลยีระดับสูง
    จำเป็นต้องอาศัยการศึกษาเรียนรู้ในสถาบันการศึกษาชั้นสูงมีการวิจัยทดลองอย่างสม่ำเสมอและมีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือ เครื่องจักรกลต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง


    สาขาของเทคโนโลยี

    • เทคโนโลยีทางกายภาพ (Physical Sysrem)
    • เทคโนโลยีการควบคุม (Control Technology)
    • เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology
    • เทคโนโลยีอาหาร (Food Technology)
    • เทคโนโลยีวัสดุ (Meterials Technologyเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์และการผลิต (Production and Process Technology)
    • เทคโนโลยีโครงสร้าง (Structural  Technology)
    • เทคโนโลยีขนส่ง (Transportation technology) 
    • เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics  Technology)
    • เทคโนโลยีสิ่งทอและเสื้อผ้า (Textile Garment technology)
    • เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology)
    • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication technology)               
    • เทคโนโลยีการเกษตร (Agricultural technology
    กลุ่มของเทคโนโลยี
     

    เทคโนโลยีที่เป็นการสร้าง
    เป็นเทคโนโลยีที่มนุษย์ได้สร้างสิ่งของ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยใช้ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
      เทคโนโลยีที่เป็นวิธีการ
    เป็นเทคโนโลยีที่มนุษย์ได้เลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่งในการทำงาน เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบาย มีชีวิตที่ง่ายขึ้น

     

    บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ใช้ Internet Explorer 5.5 ขึ้นไป  
    www.000webhost.com